Home » สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน จางกึนซอกปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘Emotion’!

สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน จางกึนซอกปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘Emotion’!

by JKSThailand
0 comment


Source/Photo: Marisol Online
English Translation: eya / JKS FC in Taiwan
แปลไทยและเรียบเรียง: Kate K-Gang
www.jangkeunsukthailand.com

26 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา จางกึนซอกปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “Emotion” หลังจากห่างหายไปเกือบ 4 ปี เขาโลดแล่นในวงการบันเทิงตั้งแต่ยังเป็นดาราเด็ก ก่อนจะเดบิวท์เป็นนักร้องที่ญี่ปุ่น ความสามารถอันหลากหลายของเขาดึงดูดใจแฟนๆ และทำให้เขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลังจากเข้ากรมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่บริการสาธารณะเป็นเวลา 2 ปี จางกึนซอกได้ปลดประจำการเมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว และเริ่มกลับมาทำกิจกรรมอีกครั้ง! เขาปล่อยซิงเกิ้ล “Star” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งซิงเกิ้ลนี้ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตเรียลไทม์ของ LINE MUSIC ทันที แสดงให้เห็นว่าเสน่ห์อันน่าทึ่งของเขาไม่เคยลดน้อยลงเลย เรามาอ่านบทสัมภาษณ์จางกึนซอก ศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและดาราระดับตำนาน ที่กลับมาพร้อมความละมุนและพลังงานอันเปี่ยมล้นกันดีกว่าค่ะ

 

นับจากซิงเกิ้ลที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนมีนาคมหลังจากห่างหายไป 3 ปี 7 เดือน เพลงใหม่ในซิงเกิ้ลนี้ “Emotion” และ “Mirage” ต้องการสื่อถึงอะไรคะ?

“Star” เป็นเหมือนจดหมายหรือข้อความครับ ผมอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกของแฟนๆ ที่รอคอยผมมายาวนาน และความรู้สึกของผมที่ใจจดใจจ่อรอวันที่จะได้กลับมาเจอทุกคนอีกครั้ง เลยเป็นที่มาของดิจิทัลซิงเกิ้ลครับ พอไม่มีกิจกรรมโปรโมท ผมอยากบันทึกความคิดต่างๆ ออกมาในรูปของเพลงและถ่ายทอดไปยังทุกคนที่รอคอยจางกึนซอก เมื่อเทียบกับอัลบั้มที่แล้ว ซิงเกิ้ลนี้มุ่งเน้นที่จะแสดงให้เห็นถึงโลกทัศน์ในเชิงบวกของผมครับ ที่จริงผมเชื่อว่าพออายุ 30 แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ และแม้กระทั่งความรัก ซึ่งพอผ่านจุดนั้นมา ผมกลับรู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรแตกต่างจากเมื่อวานเลย แต่พอถึงจุดหนึ่ง ผมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่การบอกตัวเองว่า “นายต้องเปลี่ยน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนนายก็ต้องเปลี่ยน!” มันไม่ใช่การบังคับตัวเองแบบนั้น แต่พอเวลาผ่านไป มันกลายเป็นเรื่องปกติของผม เพราะงั้นผมเลยอยากให้ทุกคนเห็นตัวตนในปัจจุบัน รวมทั้งความคิดความอ่านของผมที่เปิดเผยและดึงดูดใจมากขึ้น โดยครั้งนี้ผมมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อเพลงด้วย เพราะผมไม่อยากเป็นนักร้องที่ร้องเพลงอย่างเดียว แต่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเรื่องราวของตัวเองได้ด้วยครับ

 

พูดถึงความสนุกในการร้องและการแสดงแล้ว คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับศิลปินคะ?

สำคัญที่สุดคือต้องรู้เหตุผลและความหมายของสิ่งที่เรากำลังทำครับ ผมต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมผมถึงกำลังทำสิ่งนี้อยู่ที่นี่ รวมถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เพียงเพราะที่ผ่านมาผมเป็นนักแสดง แล้วจะแสดงอะไรก็ได้ ผมต้องการคิดไตร่ตรองและเลือกงานให้ดีๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยังไม่รับงานอะไรสักทีหลังจากปลดประจำการ ตอนนี้ผมยังไม่เจองานที่ทำให้ผมรู้สึกมุ่งมั่นตั้งใจและกระตือรือร้นเลย นักแสดงกับผลงานก็เหมือนพรหมลิขิตแหล่ะครับ เป็นเรื่องยากมากที่จะได้เจอผลงานที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเขากับผลงานนั้น พูดถึงเรื่องนี้ก็รู้สึกแย่นะครับว่าเมื่อไหร่ความรักของผมจะได้เจอคนที่เป็นพรหมลิขิตของผมสักที

 

ในฐานะศิลปิน คุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหนคะ?

ถึงผมจะใช้ชีวิตเป็นศิลปินมาเกือบทั้งชีวิต แต่มันก็พูดยากนะครับว่าผมได้รับแรงบันดาลมาจากไหน โดยส่วนตัวของผมแล้ว เวลาที่มีความคิดผุดแวบขึ้นมาในหัว ผมจะคิดอย่างจริงจังมากขึ้นหลังจับความรู้สึกได้ ยกตัวอย่างเช่น เวลาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ผมชอบพูดคุยกับเพื่อนๆ จากทุกสาขาอาชีพ เพื่อเปิดประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป ลองฟังเพลงจากนักร้องที่ผมไม่รู้จัก และจดบันทึกเมื่อผมสัมผัสได้ถึงโลกที่ต่างไปจากเดิม เพราะงั้นในมือถือของผมจึงเต็มไปด้วยบันทึกมากมาย แต่ก็มีหลายครั้งนะครับที่ผมเปิดอ่านบันทึกเหล่านั้นในวันรุ่งขึ้นแล้วไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองจดอะไรมา โดยเฉพาะวันที่ฟื้นจากการดื่มเหล้า…

 

จางกึนซอกผู้ซึ่งมีเอกลักษณ์และเสน่ห์อันโดดเด่น เป็นที่รักของแฟนๆ มายาวนาน ในฐานะศิลปิน คุณรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นยังไงบ้างคะ?

ผมรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นมากครับ บางครั้งผมอยากจะหลีกเลี่ยงปัญหาและเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ ผมจะให้ความสำคัญกับคนรอบข้างก่อนความปรารถนาของตัวเองเสมอ แต่ขณะเดียวกันผมก็ถามตัวเองว่า “จะรู้สึกยังไงนะถ้าได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองหรือทำอะไรที่ตัวเองอยากทำบ้าง?” … นี่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวหรือไร้ความยุติธรรม แต่เป็นการยึดคติที่ว่า “ชีวิตฉันเป็นของฉัน และตัวฉันสำคัญที่สุด” ผมอยากเข้มแข็งขึ้นด้วยแนวคิดนี้ครับ แน่นอนว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือต้องไม่เสียมารยาทต่อผู้คนรอบข้าง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย และในช่วงเวลาที่เรายังไม่สามารถพบเจอกันได้นี้ ผมอ่อนโยนขึ้น เฟิร์มขึ้น และเข้มแข็งขึ้นด้วยครับ

 

มีบทบาทไหนที่คุณอยากแสดงบ้างไหมคะ? และในช่วงที่ผ่านมามีบทละครหรือภาพยนตร์ที่โดนใจคุณบ้างหรือยังคะ?

ผมอยากลองบทรักโรแมนติคในราชสำนักดูบ้าง ถ้ามองย้อนกลับไป ผมไม่เคยได้บทแนวๆ นี้อีกเลยตั้งแต่ที่ผมเล่นเรื่อง “Hwang Jin-i” ตอนอายุ 20 อาจเป็นเพราะคนจำภาพว่าผมเป็นคนขี้เล่น บทส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็เลยเป็นแนวโรแมนติคคอมเมดี้หรือไม่ก็แนวพระเอกเย็นชา ปากไม่ตรงกับใจ แต่ที่แน่ๆ คือ ผมก้าวเข้าสู่วันครบรอบปีที่ 30 แล้ว นับจนถึงทุกวันนี้ก็ได้ฝากผลงานไว้มากมาย แต่ผมยังมีภาพลักษณ์อีกเยอะแยะที่ยังไม่ได้แสดงให้ทุกคนเห็น ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะผมกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ยังไงล่ะครับ

 

มีเพลงหรือนักร้องคนโปรดที่เพิ่งฟังล่าสุดไหมคะ?

ช่วงนี้ผมชอบฟังเพลงของจัสติน บีเบอร์ ครับ บางคนอาจจะคิดว่าผมชอบเพลงของเขาเพราะติดตามแฟชั่น แต่ผมคิดว่าจัสติน บีเบอร์เป็นคนที่สามารถนำเสนอการเติบโตทางดนตรีของเขาได้อย่างตรงไปตรงมา นั่นเป็นเพราะเขาได้รับความนิยมอย่างสูงหลังจากที่เดบิวท์ตั้งแต่อายุยังน้อย และเกิดความรับผิดชอบขึ้นในตัวเอง ดังนั้นเขาจึงมักจะรู้สึกไม่ไว้ใจผู้อื่น ถึงอย่างนั้นเราก็เห็นเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากที่เขาได้พบคู่แท้และแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ ผมว่าเขาเป็นศิลปินตัวจริงครับ

 

ปีนี้นักแสดงเกาหลีสามารถคว้ารางวัลออสการ์มาครองได้ และนักร้องเกาหลีก็ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดส์ ศิลปินเกาหลีหลายคนได้รับความนิยมไปทั่วโลก คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ?

ก็หลายๆ เหตุผลประกอบกันนะครับ ทั้งกระแสวัฒนธรรมฮันรยู กระแสเค-ป็อป และการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรม อะไรทำนองนี้ ผมก็แค่คิดเร็วๆ นะครับ ตราบใดที่มีเรื่องราวซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกสนใจ พูดง่ายๆ คือยิ่งมีเรื่องราวที่หลากหลาย ก็ยิ่งมีการแสดงออกที่หลากหลายเหมือนกัน และเกาหลีก็ยังมีเรื่องราวที่มีความเป็นเอกลักษณ์อยู่อีกมาก ผมเองก็อยากทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นเช่นกันครับ

 

สำหรับแฟนๆ จางกึนซอกเป็นคนที่ช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจและช่วยเยียวยาตัวเองได้ แล้วคุณล่ะคะ มีวิธีในการสร้างแรงบันดาลใจและเยียวยาตัวเองยังไง โดยเฉพาะในช่วงที่มีโรคระบาดแบบนี้ คุณมีอะไรเป็นแรงกระตุ้นในการปรับเปลี่ยนอารมณ์คะ

วิธีเยียวยาตัวเองของผมง่ายมากครับ แค่เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ ถึงจะออกไปไหนไกลๆ ไม่ได้ แต่ได้มองดูแปลงดอกไม้และต้นไม้ที่หน้าทางเข้าก็ช่วยให้จิตใจรู้สึกผ่องใสขึ้นแล้วครับ อาจเป็นเพราะผมอายุมากขึ้น พอได้สัมผัสธรรมชาติก็เหมือนได้ค้นพบว่าเมื่อก่อนผมเอาจริงเอาจังกับอะไร ในทางกลับกัน การได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ได้เห็นต้นไม้ผลิดอกออกผล ก็ทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ผมเริ่มใช้เทคโนโลยีการเพาะต้นหอมในสนามหญ้าที่บ้านด้วยครับ (หมายเหตุ: 파테크 เนื่องจากราคาต้นหอมเกาหลีพุ่งขึ้นสูงมากในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อ COVID-19 คนเกาหลีเลยหันมาลงทุนในการปลูกต้นหอมเอง จางกึนซอกจึงใช้คำว่า ‘เทคโนโลยีการเพาะต้นหอม’) การปลูกต้นหอมด้วยตัวเองทำให้ผมมีความรู้สึกร่วมกับพวกมันด้วยนะครับ บางทีผมก็กลัวนะว่าถ้าผมกินพวกมันจะรู้สึกเจ็บปวดมั๊ย?

 

แฟชั่นเครื่องแต่งกายส่วนตัวของคุณก็เป็นภาพลักษณ์ที่ทุกคนรู้กันดี คุณมีดีไซเนอร์หรือสไตล์ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษไหมคะ?

มันเหลือเชื่อมากเลยครับ พอความคิดความอ่านของผมเปลี่ยน รสนิยมของผมก็เปลี่ยนเช่นกัน เมื่อก่อนผมมั่นใจในการใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายหรูหราและสนุกกับเครื่องแต่งกายที่มีเนื้อผ้าหลากหลาย แต่ตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับสีและวัสดุมากขึ้น ผมสนุกกับการจับคู่สีเสื้อผ้าให้เข้ากับอารมณ์ของผมในแต่ละวัน รวมถึงการเลือกแบบและวัสดุที่ใช้ด้วยครับ แต่ตอนนี้ผมถือกระเป๋าคลัทช์ใบสวยของหลุยส์ วิตตอง ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ เวอร์จิล แอบโล อยู่นะ (หัวเราะ)

 

อาหารของยาเมะเชฟที่คุณอัพโหลดบนโซเชียลมีเดียแลดูน่าทานทุกเมนูเลย คุณมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำอาหาร และการทำอาหารของจางกึนซอกเป็นอย่างไรคะ?

การทำอาหารได้รับแรงบันดาลใจจากการลองใช้วัตถุดิบอันหลากหลายครับ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองนะครับ อย่ากังวลเกี่ยวกับวัตถุดิบที่อยู่ตรงหน้า ลงมือทำด้วยความมั่นใจไปเลยครับ พอได้ลองทำหลายๆ ครั้ง คุณจะเข้าใจการผสมผสานวัตถุดิบต่างๆ อย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์อาหารจานเด็ดขึ้นมาได้เองครับ ถึงแม้จะล้มเหลว คุณก็ยังสามารถลองผิดลองถูกได้อีก และถึงแม้รสชาติจะไม่อร่อย ก็ไม่เป็นไร ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกสนุกกับการทำอาหาร สำหรับผมแล้ว ไม่ใช่แค่การดูคนอื่นสนุกกับการทำอาหารแล้วถึงจะมีความสุขไปด้วย แต่ผมจะมีความสุขมากที่ได้ทำอาหารด้วยมือของผมเองครับ

 

ช่วงนี้มีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกหลงใหลหรืออยากท้าทายกับมันบ้างไหมคะ?

ผมได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างในสิ่งที่สนใจ และจะรู้สึกหงุดหงิดใจถ้ามีสิ่งไหนที่ยังไม่ได้ลงมือทำ แต่ผมก็ยังไม่เจอคำตอบนะครับ ผมกำลังนึกถึงสิ่งที่ผมได้ลองสร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น ผมสนใจศิลปะการจัดดอกไม้และการวาดภาพด้วย ในแง่ของการทำงาน ผมหลงใหลในการแต่งเพลง จึงตั้งวงขึ้นมาเพราะเราสนใจในสิ่งเดียวกัน และมีความสุขที่สุดเวลาที่สมาชิกมารวมตัวกันครับ

 

ถ้าคุณมาญี่ปุ่นได้ คุณอยากไปไหนเป็นที่แรกคะ? ถ้าฉันไปโซลได้ ฉันจะตรงไปทานคัลบิทัง (ซุปเนื้อติดซี่โครง) ที่ร้านแดซองจิบทันทีเลยค่ะ

ฮ่าๆๆๆ คัลบิทัง.. เหนือความคาดหมายของผมมากๆ บางทีคำตอบของผมก็อาจทำให้คุณแปลกใจเหมือนกัน ถ้าผมไปญี่ปุ่นได้ ผมอยากไปทานซอลลองทัง (ซุปกระดูกวัว) ที่ร้าน “อิจิริว” ในย่านอากาซากะก่อนเลยครับ ผมไม่สามารถลืมรสชาติน้ำซุป หัวไชเท้าขูด และหมูตุ๋นของที่ร้านได้เลย และผมก็อยากรู้ด้วยครับว่าคุณยายที่ร้านนั้นสบายดีไหม

 

Marisol เป็นนิตยสารยอดนิยมสำหรับผู้หญิงวัย 40 ในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณอยากจะเป็นคนแบบไหนคะ?

ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผมหวังว่าตัวเองจะเหมือนตอนนี้ที่ไม่ดูแก่เกินไป และสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด แน่นอนว่ามันคงเป็นไปได้ยาก แต่ผมไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีสำนึกรับผิดชอบครับ

 

ช่วงนี้มีกลิ่นที่ชื่นชอบไหมคะ?

เอ่อ…. เป็นคำถามที่ตอบยากมาก กลิ่นของพวกคุณมั้งครับ (หัวเราะ)

 

ถ้าผู้อ่าน Marisol ไปเกาหลีได้ คุณมีคำแนะนำอะไร เพราะอะไรคะ?

ร้านอาหารในสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยแห่งกรุงโซลครับ ตลอด 1 ปี 10 เดือนที่ผมประจำการอยู่ที่นั่น ผมทานมื้อกลางวันที่ร้านนี้แทบทุกวันเลยครับ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก รสชาติอาหารที่นี่อะเมซิ่งมากๆ พอจะน่าสนใจไหมครับที่ได้สัมผัสชีวิตประจำวันของผมในหลายๆ สถานที่ เพราะถึงยังไงร้านนี้ก็เปิดบริการประชาชนทั่วไป และราคาก็คุ้มค่าใช้ได้เลยครับ

 

ระหว่างที่คุณรับราชการทหาร แฟนๆ ของคุณยังเดินทางไปชมนิทรรศการภาพถ่ายจางกึนซอกเป็นจำนวนมาก เป็นข้อพิสูจน์ว่าความนิยมของคุณไม่ได้จางหายไปเลย ตอนนี้คุณยังไม่สามารถพบเจอแฟนๆ แบบเห็นหน้าเห็นตากันได้ ช่วยพูดอะไรกับผู้อ่าน Marisol หน่อยค่ะ!

สามคำนะครับ “รอผมนะ!”

 

Comments

comments

Related Posts

Leave a Comment